ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกรายต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน บทความนี้รวมเรื่องที่ต้องรู้ตั้งแต่กำหนดยื่น วิธีกรอก จนถึงการเตรียมรายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย

ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในวันที่เท่าไร

ยื่นพร้อมชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83 ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ขยายออกไปอีก 8 วันเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

การขยายเวลา 8 วันมาจากประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 8 ใช้กับแบบที่ต้องยื่นระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570 ณ ตุลาคม 2569 จึงครอบคลุม ภ.พ.30 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2569 ส่วนเดือนภาษีมกราคม 2570 เป็นต้นไป ควรตรวจประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรว่ามีการต่ออายุหรือไม่

วิธียื่นกำหนดยื่นเงื่อนไข
ยื่นกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 83
ยื่นทางอินเทอร์เน็ตภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไปต้องยื่นทั้งฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต

ถ้ายื่นฉบับปกติเป็นกระดาษแล้วมายื่นเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ตแล้วมายื่นเพิ่มเติมเป็นกระดาษ การยื่นครั้งหลังจะไม่ได้สิทธิขยายเวลา ถ้าวันสุดท้ายตรงกับวันหยุด ควรตรวจประกาศของกรมสรรพากรในเดือนนั้น และไม่ควรรอยื่นวันสุดท้าย

เดือนที่ไม่มียอดขายต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม

ต้องยื่น มาตรา 83 ให้ยื่นเป็นรายเดือนภาษี ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม เดือนที่มีแต่ภาษีซื้อ ภาษีซื้อนั้นจะกลายเป็นภาษีชำระเกินที่ขอคืนหรือยกไปใช้เดือนถัดไปได้

กรอกและคำนวณภาษีในแบบ ภ.พ.30 อย่างไร

ยอดขายและภาษีขายยกมาจากรายงานภาษีขาย ยอดซื้อและภาษีซื้อยกมาจากรายงานภาษีซื้อ แล้วหักกันตามลำดับข้อในแบบ ตัวอย่างบริษัทสมมติในหนึ่งเดือนภาษี

ข้อในแบบรายการบาท
1ยอดขายในเดือนนี้ (รวมยอดขายอัตรา 0% และที่ได้รับยกเว้น)650,000.00
2ลบ ยอดขายที่เสียภาษีอัตรา 0% เช่น ส่งออก120,000.00
3ลบ ยอดขายที่ได้รับยกเว้น30,000.00
4ยอดขายที่ต้องเสียภาษี (1 − 2 − 3)500,000.00
5ภาษีขายเดือนนี้35,000.00
6ยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหัก380,000.00
7ภาษีซื้อเดือนนี้26,600.00
8ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ (5 − 7)8,400.00
10ภาษีที่ชำระเกินยกมา2,000.00
11ต้องชำระ (8 − 10)6,400.00

ข้อ 7 ใช้เฉพาะภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูปที่มีสิทธิหักได้ (ดู ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีอะไรบ้าง) ภาษีซื้อต้องห้ามห้ามใส่ ดูรายการที่ต้องคัดออกได้ที่ ภาษีซื้อต้องห้ามมีอะไรบ้าง ถ้าข้อ 7 มากกว่าข้อ 5 ส่วนต่างจะไปอยู่ข้อ 9 (ภาษีชำระเกินเดือนนี้)

รายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขายต้องมีอะไรบ้าง

มาตรา 87 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (เฉพาะผู้ขายสินค้า) เป็นรายสถานประกอบการ รายละเอียดอยู่ในประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 89 สรุปสิ่งที่ต้องทำได้ดังนี้

  • ลงรายการภายใน 3 วันทำการ รายงานภาษีขายนับจากวันที่ในใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อนับจากวันที่ได้รับใบกำกับภาษี
  • ลงเป็นรายใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อเรียงตามลำดับที่ได้รับ แต่ช่องวันที่ให้ลงตามวันที่บนใบ
  • ข้อมูลแต่ละบรรทัด วันที่และเลขที่ใบกำกับภาษี ชื่อคู่ค้า เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร สำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ มูลค่าสินค้าหรือบริการ และจำนวนภาษี (เลขผู้เสียภาษีและสาขาของคู่ค้าที่จดทะเบียน VAT บังคับตั้งแต่ใบกำกับภาษีที่ออก 1 มกราคม 2558)
  • รายงานภาษีซื้อลงเฉพาะภาษีซื้อที่มีสิทธิหัก
  • แยกเก็บใบกำกับภาษีซื้อ เป็นรายเดือนภาษี เรียงตามลำดับ และให้เลขที่กำกับใหม่ที่มุมบนขวา
  • ทำแยกรายสถานประกอบการ แม้ได้รับอนุมัติให้ยื่น ภ.พ.30 รวมกัน

มาตรา 87/3 ให้เก็บรายงาน ใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบไว้ ณ สถานประกอบการไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันยื่นแบบ อธิบดีสั่งให้เก็บนานกว่านั้นได้แต่ไม่เกิน 7 ปี อ่านเพิ่มที่ ต้องเก็บเอกสารบัญชีกี่ปี

ใบกำกับภาษีซื้อมาช้า ใช้ย้อนหลังได้กี่เดือน

ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี ตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 4 (แก้ไขโดยฉบับที่ 76) โดยต้องมีเหตุจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ เหตุตามประเพณีทางการค้า เหตุสุดวิสัย หรือได้รับใบกำกับภาษีในเดือนอื่นที่ไม่ใช่เดือนที่ระบุในใบ มาตรา 82/3 วางกรอบนอกไว้ไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ออกใบกำกับภาษี แต่เกณฑ์ที่ใช้ปฏิบัติคือ 6 เดือนตามประกาศ

ตัวอย่าง: ใบกำกับภาษีลงวันที่ 25 มีนาคม 2569 แต่ได้รับในเดือนเมษายน ใช้เป็นภาษีซื้อได้ในเดือนภาษีเมษายนถึงกันยายน 2569 เดือนใดเดือนหนึ่ง

ขั้นตอนที่ต้องทำ

  • เขียนหรือประทับข้อความบนใบกำกับภาษีว่า "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี..." ให้ตรงกับเดือนที่ใช้สิทธิ
  • ลงรายงานภาษีซื้อของเดือนที่ใช้สิทธิ จะลงวันใดของเดือนนั้นก็ได้
  • เก็บใบนั้นรวมกับใบกำกับภาษีของเดือนที่ใช้สิทธิ

ยื่น ภ.พ.30 ช้า เสียค่าปรับเท่าไร

ถ้ายื่นและชำระช้า มีสองก้อนที่ต้องจ่ายเพิ่มจากภาษี

  • เงินเพิ่ม ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ นับจากพ้นกำหนดยื่นจนถึงวันชำระ แต่ไม่เกินจำนวนภาษี (มาตรา 89/1)
  • เบี้ยปรับ สองเท่าของภาษีที่ต้องเสียในเดือนนั้น (มาตรา 89(2)) ลดได้ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ซึ่งแก้ไขล่าสุดโดย ท.ป.369/2569 กรณียื่นพร้อมชำระเองโดยยังไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนเป็นหนังสือ แบบ ภ.พ.30 ที่ยื่นเกินกำหนดถือเป็นคำร้องขอลดเบี้ยปรับในตัว
ชำระหลังพ้นกำหนดเบี้ยปรับที่ต้องเสีย
ไม่เกิน 15 วันร้อยละ 2 ของเบี้ยปรับ
เกิน 15 วัน ไม่เกิน 30 วันร้อยละ 5 ของเบี้ยปรับ
เกิน 30 วัน ไม่เกิน 60 วันร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ
เกิน 60 วันร้อยละ 20 ของเบี้ยปรับ

ตัวอย่าง: ภาษีต้องชำระ 10,000 บาท ยื่นและชำระช้าไป 10 วัน

  • เงินเพิ่ม = 10,000 × 1.5% = 150 บาท (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)
  • เบี้ยปรับ = 10,000 × 2 เท่า = 20,000 บาท ลดเหลือร้อยละ 2 = 400 บาท
  • รวมต้องชำระ 10,000 + 150 + 400 = 10,550 บาท

ถ้างานที่กินเวลาที่สุดก่อนวันยื่น ภ.พ.30 คือการคีย์ใบกำกับภาษีซื้อลงรายงาน buzzAI ช่วยอ่านใบกำกับภาษีและส่งออกรายการเป็นไฟล์พร้อมนำเข้า Excel หรือโปรแกรมบัญชี