อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายขึ้นกับสองเรื่อง คือจ่ายเงินประเภทไหน และจ่ายให้ใคร ปี 2569 มีเรื่องที่ต้องรู้เพิ่มคือกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ต่ออายุอัตรา 1% สำหรับการจ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายปี 2569 มีอะไรบ้าง

อัตราปกติยังเป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และไม่ได้เปลี่ยนในปี 2569 ตารางนี้สรุปกรณีที่ผู้จ่ายเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นกรณีที่พบมากที่สุด

ประเภทเงินที่จ่ายผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.3)ผู้รับเป็นนิติบุคคล (ภ.ง.ด.53)จ่ายผ่าน e-WHT (2569–2570)
ค่าเช่าทรัพย์สิน เช่น อาคาร โกดัง ที่ดิน รถ5%5%1%
ค่าบริการทั่วไป (ยกเว้นโรงแรม ภัตตาคาร เบี้ยประกันชีวิต)3%3%1%
ค่าจ้างทำของ ค่ารับเหมา3%3%1%
ค่าวิชาชีพอิสระ (กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม)3%3%1%
รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์จากการส่งเสริมการขาย3% (ไม่รวมผู้บริโภคที่ซื้อไปใช้เอง)3%1%
ค่าโฆษณา2%2%1%
รางวัลประกวด แข่งขัน ชิงโชค5%5%1%
ค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะที่มีภูมิลำเนาในไทย5%–1%
ค่าขนส่ง (ไม่รวมค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ)1%1%1% (เท่าเดิม)
ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย–1%1% (เท่าเดิม)
ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม ตามมาตรา 40(2)คำนวณแบบเงินเดือน ยื่น ภ.ง.ด.13%1% (เฉพาะผู้รับเป็นนิติบุคคล)
ดอกเบี้ย15% ยื่น ภ.ง.ด.21%ไม่ลด
เงินปันผล10% ยื่น ภ.ง.ด.210% (มีข้อยกเว้นบางกรณี)ไม่ลด

ข้อสังเกตจากตาราง

  • ถ้าผู้รับเป็นมูลนิธิหรือสมาคม เงินได้หลายประเภท เช่น ค่าเช่าและค่าวิชาชีพอิสระ หัก 10% และไม่ได้อัตรา 1% ผ่าน e-WHT
  • จ่ายค่าจ้างทำของให้นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการในไทยแต่ไม่มีสาขาถาวร หัก 5%
  • ถ้าผู้จ่ายเป็นส่วนราชการ ใช้หลักเกณฑ์อีกชุด เช่น มาตรา 50(4) ให้หัก 1% จากเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง (8) ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อไร

ต้องหักเมื่อผู้จ่ายมีหน้าที่ตามกฎหมาย และยอดตามสัญญาหนึ่งรายมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป คำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อ 12/7 เขียนไว้ชัดว่าแม้แบ่งจ่ายงวดละไม่ถึง 1,000 บาท ถ้ายอดตามสัญญาถึง ก็ต้องหักทุกงวด

ผู้มีหน้าที่หักตามตารางข้างบนส่วนใหญ่คือนิติบุคคล บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักเฉพาะบางประเภท เช่น เงินรางวัลประกวดชิงโชค และค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะ

กรณีที่ไม่ต้องหัก

  • ซื้อสินค้าทั่วไป
  • ค่าบริการโรงแรมและภัตตาคาร
  • ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิต
  • ยอดตามสัญญาไม่ถึง 1,000 บาท

หักภาษี ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อนหรือหลัง VAT

คิดจากยอดก่อน VAT กรมสรรพากรวินิจฉัยไว้ในหนังสือที่ กค 0706/6476 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2549 ว่า VAT ไม่ใช่รายได้ของผู้รับเงิน ผู้จ่ายจึงไม่ต้องหักจากส่วน VAT ที่ถูกเรียกเก็บ ถ้าใบแจ้งหนี้ไม่แยก VAT ให้ถอด VAT ออกก่อน ดูวิธีได้ในบทความวิธีคำนวณ VAT

ตัวอย่าง 1: ค่าบริการทำความสะอาด จ่ายให้บริษัท

รายการจำนวนเงิน (บาท)
ค่าบริการก่อน VAT10,000.00
VAT 7%700.00
ยอดตามใบแจ้งหนี้10,700.00
หัก ณ ที่จ่าย 3% × 10,000300.00
ยอดที่โอนให้ผู้รับ10,400.00

ตัวอย่าง 2: ค่าเช่าโกดัง จ่ายให้บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จด VAT

ค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท หัก 5% = 1,250 บาท โอนให้ผู้ให้เช่า 23,750 บาท แล้วนำส่งด้วย ภ.ง.ด.3

ตัวอย่าง 3: ค่าซ่อมรถที่มีทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่

กรณีนี้มาจากหนังสือ กค 0706/6476 ฉบับเดียวกัน อู่เรียกเก็บค่าแรง 500 บาท ค่าอะไหล่ 1,000 บาท VAT 105 บาท รวม 1,605 บาท กรมสรรพากรเห็นว่าแยกค่าแรงกับค่าอะไหล่ออกจากกันไม่ได้ ทั้งก้อนจึงเป็นค่าจ้างทำของ

  • หัก 3% × 1,500 = 45 บาท
  • โอนให้อู่ 1,605 − 45 = 1,560 บาท

ถ้าเป็นสัญญาซื้อสินค้าแยกจากสัญญาจ้างอย่างชัดเจน ผลอาจต่างออกไป ต้องดูข้อเท็จจริงของแต่ละสัญญา

e-Withholding Tax ลดอัตราเหลือ 1% ถึงเมื่อไร

ถึง 31 ธันวาคม 2570 กฎกระทรวง ฉบับที่ 402 (พ.ศ. 2569) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 9 ตุลาคม 2569 ให้ลดอัตราที่เคยเป็น 5% 3% และ 2% เหลือ 1% สำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 โดยต้องมีเงื่อนไขครบดังนี้

  • ผู้จ่ายนำส่งภาษีผ่านระบบ e-Withholding Tax ตามมาตรา 3 ปัณรส คือหักและนำส่งผ่านธนาคารที่ให้บริการพร้อมกับการโอนเงิน
  • ผู้รับไม่ใช่มูลนิธิหรือสมาคม
  • เป็นเงินได้ตามที่กฎกระทรวงระบุ เช่น ค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าโฆษณา รางวัล และค่าส่งเสริมการขาย

ตัวอย่าง 4: ค่าโฆษณา 50,000 บาท + VAT 3,500 บาท จ่ายให้บริษัท

วิธีจ่ายภาษีที่หักผู้รับได้เงินต้องทำอะไรต่อ
จ่ายแบบปกติ2% × 50,000 = 1,000 บาท52,500 บาทออก 50 ทวิ และยื่น ภ.ง.ด.53
จ่ายผ่าน e-WHT1% × 50,000 = 500 บาท53,000 บาทธนาคารนำส่งภาษีและส่งหลักฐานให้ทั้งสองฝ่าย

ช่วงต้นปี 2569 กฎกระทรวงยังไม่ออก กระทรวงการคลังจึงเคยประกาศขยายเวลานำส่งภาษีเพิ่มเติมสำหรับการจ่ายผ่าน e-WHT ระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569 ถ้ากิจการมีรายการช่วงนั้น ควรตรวจกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่ว่าต้องทำอะไรต่อ อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ณ ตุลาคม 2569 หน้าคำสั่ง ท.ป.4/2528 บนเว็บกรมสรรพากรยังแสดงช่วงอัตรา 1% เดิม (2566–2568) จึงควรตรวจประกาศและคำสั่งล่าสุดของกรมสรรพากรก่อนตั้งค่าระบบจ่ายเงิน

จ่ายให้บุคคลธรรมดากับนิติบุคคล อัตราต่างกันไหม

เงินได้ส่วนใหญ่ใช้อัตราเดียวกัน ต่างกันที่แบบที่ใช้นำส่ง คือ ภ.ง.ด.3 สำหรับบุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล อ่านรายละเอียดได้ในบทความ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53

จุดที่อัตราต่างกันจริงมีสามเรื่อง

  1. ค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมที่เข้ามาตรา 40(2) ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดา ต้องคำนวณหักแบบเงินเดือนและยื่น ภ.ง.ด.1 ไม่ใช่หัก 3%
  2. ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาใช้อัตรา 15% และ 10% ยื่นด้วย ภ.ง.ด.2
  3. มูลนิธิและสมาคมถูกหักในอัตรา 10% สำหรับเงินได้หลายประเภท

หักแล้วต้องทำอะไรต่อ

ต้องทำสามอย่าง

  1. ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับทันทีที่หัก
  2. ยื่นแบบและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับจากสิ้นเดือนที่จ่าย หรือภายใน 15 วันถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต
  3. ลงบัญชีภาษีที่หักไว้เป็นหนี้สินจนกว่าจะนำส่ง

ถ้าไม่หักหรือหักไม่ครบ ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในภาษีที่ขาดตามมาตรา 54 ถ้านำส่งช้าต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง

เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง

  • เงินที่จ่ายเป็นประเภทไหน: ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง หรือซื้อสินค้า
  • ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือมูลนิธิและสมาคม
  • ยอดตามสัญญาถึง 1,000 บาทหรือไม่
  • ถอด VAT ออกก่อนคูณอัตราแล้วหรือยัง
  • จ่ายผ่าน e-WHT หรือจ่ายแบบปกติ เพราะอัตราและเอกสารที่ต้องทำต่างกัน

ถ้าสำนักงานของคุณต้องตรวจ 50 ทวิ และใบแจ้งหนี้จำนวนมาก buzzAI อ่านเอกสารจากไฟล์สแกน แล้วตรวจว่าอัตราหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อน VAT ถูกต้องหรือไม่ ใบที่ไม่ผ่านกฎจะส่งให้คนตรวจ